Only a WORD*

posted on 21 Mar 2009 19:04 by stonesecret

今だけ、

with only a word, you can made me die
but, dear
you can't made me cry
more than now I already do

---

เธออาจจะน้อยใจ
อาจจะพูดว่า

"มีแต่เราคนเดียวใช่ไหมที่คิดถึง"

 

 

ไม่ใช่อย่างนั้นนะ

ผมเองก็คิดถึงเธอเหมือนกัน

 

....ถึงจะไม่พูดอะไร

แต่ก็ใช่ว่าไม่รู้สึก 

 

วันนี้เธออุตส่าห์โทรมา
ยังหัวเราะได้

แต่พอวางสายไป

 

กลับขยับตัวไม่ได้เลย
กำหูโทรศัพท์ไว้แน่น หวังว่าจะให้เธอโทรมาอีก

 

ไม่เป็นไรหรอก

รู้ว่าค่าโทรทางไกลมันแพง
อย่าโทรมานะ เปลืองตังค์

 

ทำใจไว้แต่แรกแล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้
จะไม่เรียกร้องอะไรแล้ว
 

 

.... 

แต่ 

กลัวว่า

ถ้าผมอ้อนเธอมากไปกว่านี้
เธอจะทิ้งทุกอย่างมาอยู่ข้างผม

ผมกลัวใจเธอจริงๆ..

 

...

ขอบคุณที่รักกัน

...

อาจจะคิดว่าไม่เข้าท่าก็ได้

แต่ผมกลัวจริงๆ

 

เธอเปลี่ยนผมไป

จากชีวิตที่ไม่เคยได้ ไม่เคยมี

เป็นคนที่มีจนเต็ม

 

ทำให้ผมกลัว
กลัวเสียเธอไป
กลัวตาย

 

ผมนี่เอาใจยากเนอะ
หวาดระแวงเสียแล้วว่าจะสูญเสียเธอไป

อย่าน่ารักนักเลย

แค่นี้..
ก็รักเหลือเกินแล้ว

 

ผม..
ถ้าเป็นแบบนี้
ผมคงจะเคยชิน

แล้ววันนึงก็คงจะขาดเธอไม่ได้

ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ไม่ได้

 

...

早く会いたいたなー
ずっとおもう

おやすみなさい、

 

今、タイで午前2時54分。

 

 

 

 

ก็กูเพื่อนมึงไง

posted on 18 Mar 2009 17:50 by stonesecret

วันนึง เพื่อนคนนึง เอ็มมาหาอคิแล้วก็บอกว่า

เพื่อน-....พุ่งนี้ขอไปอยุ่บ้านแกน้ะ บ่ายโมง
อคิ- อืม ได้มันก็ได้อยู่หรอกนะ แต่ทำไมอ่ะ
....

มันเป็นเพื่อนที่สนิทกันมานานมาก...เป็นเพื่อนสนิทคนแรกของเรา
แต่ช่วงนี้เราก็ห่างกันออกไป

เพราะความชอบ รสนิยม ฯลฯ ที่ต่างกันออกไป...

คุยไปคุยมาก็ได้ความว่า มันจะโดดเรียนพิเศษมาอยู่บ้านเรา

อคิ-..ทำไมต้องโดดวะ..
เพื่อน- เค้าก็โดดทุกทีอยู่แล้วงัย แต่ทีนี้เพื่อนที่เค้าไปอยู่ด้วยประจำอ่ะมันไม่ว่างอ่า
อคิ-...(คือกูถามว่าทำไม..)
เพื่อน- ไรว้ะ วันเสาร์ก็จะจบแล้ว ให้มันจบไปเงียบๆ ได้มั้ยห๊ะ
อคิ- คือกูอยากรู้ว่าทำไมมึงถึงต้องโดด
เพื่อน- ก็บอกว่าวันเสาร์ก็จบแล้วงัยยย
อคิ- ....นี่กูพูดภาษาดาวนาเม็กอยู่เรอะห๊ะ...

..............

หลังจากคุยกันเปลืองน้ำลายลิ้นถลอกบ้าบอไปอีกสองแผล มันก็บอกว่า เพราะว่า มันซ้อมเต้นเช้า มันก็เลยจะลงเรียนบ่าย.. แต่บ่ายมันเต็ม มันก็เลยพ่อแม่ว่า หนูเรียนบ่ายนะ แล้วตอนเช้าเต้น ตอนบ่ายที่พ่อแม่เข้าใจว่าเรียนก็ไปอยู่บ้านเพื่อนมั่ง เดินสยามมั่ง..

สรุปคือ ไม่เคยไปเรียนเลย ไปเรียนไม่ได้...

.............

อคิ- เยี่ยมมากเพื่อน มึงประสบความสำเร็จในการสร้างปัญหาด้วยตัวเองแล้วว่ะ ช่วยหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเองด้วยแล้วกันนะ กูไม่สนับสนุนให้มึงโดดเรียนอยู่แล้ว มึงจะมาอยู่บ้านกูก็ได้ แต่กูจะโทรไปบอกพ่อแม่มึงแล้วขออนุญาตให้มึงด้วย

เท่านั้นแหละ...ความซากอ้อยก็พรั่งพรูออกมาทันที.. เคยดูโฆษนานั้นมั้ย แม่ไม่เข้าใจตุ้ย (หรือต้อม หรือต้อย หรืออะไรซักอย่างเนี่ยแหละ) น่ะแหละ

เพื่อน- แกช่วยเข้าใจเค๊าหน่อยดั้ยป้ะล่ะ
อคิ- ก็ทำไมเมิงไม่คุยกับพ่อแม่ตั้งแต่แรกวะห๊ะ
เพื่อน- พ่อแม่เค้าไม่ใจดีเหมือนพ่อแม่แกนะเว่ย ไม่มีเหตุผลเหมือนพ่อแม่แกหรอก
อคิ- ...แล้วแกจะบอกว่าไร จะบอกว่า เป็นพ่อแม่ ไม่ต้องมาเสือกหรอก ให้ตังค์อย่างเดียวก็พอแล้ว ได้เหรอวะ
เพื่อน- อย่ามาพูดงี้นะ เค้าไม่ชอบ ช่วยเข้าจัยอะรัยนิดนึงได้ป้ะล่ะ
อคิ- .....
เพื่อน- แม้แต่แกก้อไม่เข้าใจเค้าอ่ะ แล้วคนเป็นพ่อแม่จะเข้าใจเหรอ
เพื่อน- ไม่รุแหละ กุไม่ขอให้มึงช่วยก็ได้ อย่ามาทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่
อคิ- ....อย่ามาไม่รุแหละ มึงจะทำไง จะไปอยู่ไหน
เพื่อน- ช่างหัวกุ กุจะไปตายที่ไหนก็ปล่อยกุ

....อืม

.........

อคิ- แกใจเย็นๆ แล้วฟังนะ...
อคิ- บนโลกนี้มีคนนับร้อย พัน ล้าน แกจะมาคาดหวังให้ทุกคนเค้าเข้าใจแกได้เหรอ
อคิ- ชั้นอาจจะไม่เข้าใจแก
อคิ- ชีวิตมันอาจจะต่างกันเกินไป
อคิ- แต่ชั้นก็เป็นเพื่อนแก
อคิ- เป็นห่วงแก
อคิ- หวังดีกับแก
อคิ- อยู่ข้างแก
อคิ- เข้าใจไหม.......

....

เพื่อน- อื้อ...ขอบคุณนะ

....(ขอบคุณเหมือนกันนะ..ที่ฟังกูพูด...กูรักมึงขึ้นมาอีกห้าสิบสองเท่าเลย)

...

เพื่อนกันนะ..

อาจจะไม่ได้ชอบอะไรเหมือนๆ กัน

อาจจะไม่ได้เข้าใจมึงเหมือนเมื่อก่อน..

แต่กูก็เป็นเพื่อนมึงนะ...

เมื่อหลายปีที่แล้วกูเป็นเพื่อนมึง วันนี้กูเป็นเพื่อนมึง และในอีกสิบปีข้างหน้ากูก็มั่นใจว่ากูจะยังเป็นเพื่อนมึง
เพื่อนกัน ต่อกันติดอยู่แล้ว

.....

มึงจะทำอะไรก็เรื่องของมึงนะ

โตๆ กันแล้ว ชีวิตตัวเองก็รับผิดชอบเองได้...

กูแค่เสนอความเห็น...ถามร้อยครั้งกูก็จะตอบอย่างนี้ร้อยครั้ง...

มึงอาจจะมองว่ากูเป็นเพื่อนที่ใช้ไม่ได้ เป็นเพื่อนที่แย่
แต่กูก็ยังเป็นเพื่อนมึงเสมอนะ...

....

....

หลังจากคิดหนักว่ากูจะตกไม่ตกดีมาหลายวัน
และแล้วฝนก็ตกลงมาเสียที...

และนี่เป็นวันฝนตก...ที่ชิบุยะ เมื่อ ๑๐ เดือนก่อน

....เร็วๆ นี้มาแน่...
โตเกียว..เมื่อสิบเดือนที่แล้ว (ฮา)

HBD [TamTam] with Nihon-kun fanart!!

posted on 13 Mar 2009 23:32 by stonesecret

โกงเอนทรีไว้ก่อนอีกตามเคย...

...จริงๆ ก็ไม่คิดจะวาดรูปอีกแล้วน่ะนะ
...จริงๆ ก็ตั้งใจจะเขียนฟิคให้อยู่หรอกนะ
...จริงๆ ตอนแรกเขียนกินชินไว้หรอกนะ
...แต่กลัวว่าแกจะไม่เอา...
...แล้วเนื่องในวันนี้...วันเกิดแกนี่นา..
...เพราะงั้น...ถ้าบอกว่าจะให้วาดรูป
ชั้นก็จะวาด!!!

...
อคิ- วันนี้เรามีแขกรับเชิญคนพิเศษมาด้วยหนึ่งคน...พูดอะไรซักหน่อยสิคะ คิคุซัง!!
คิคุซัง- ..ควรจะพูดอะไรซักหน่อยงั้นสินะ...ถ้าอย่างนั้น... ข้างบนนั่น อากิซังวาดใครงั้นเหรอครับ....
อคิ- ..........ก็นายไง ทำไม มีปัญหาอะไรเรอะ......
คิคุซัง- แล้วที่ผมใส่อยู่น่ะมันอะไรกันครับ
อคิ- นายเป็นคนญี่ปุ่นหรือเปล่า ก็ฮากามะไงฮากามะ
คิคุซัง- อากิซังตะหากที่เป็นคนญี่ปุ่นซะเปล่าน่ะ ฮากามะเค้าแยกขาได้ไม่กว้างขนาดนั้นหรอกครับ นั่งท่านั้นไม่ได้เด็ดๆ
อคิ- ......คนญี่ปุ่นซะที่ไหนเล่าห่านนี่
คิคุซัง- ถ้าไม่ญี่ปุ่นแล้วจะชื่อนี้ได้ไงล่ะครับ
อคิ- ก็พ่อแม่ตั้งให้น่ะ พ่อแม่ตั้งให้ เข้าใจรึเปล่า
คิคุซัง- ผู้ชมทางบ้านถามมาว่าทำไมเผาจังครับ
อคิ- ...ไหนวะผู้ชมทางบ้าน ไม่เห็นมีซักคนเลยนี่หา แก มั่วเอาเองใช่มั้ย มั่วเอาเองชัดๆ
คิคุซัง- คำถามนี้ผมเองก็อยากทราบนะครับ
อคิ- ...........ใคร ใครเผา ไม่เผาซักนิดย่ะ...
คิคุซัง- งั้นขอถามหน่อยนะครับ..ใช้เวลาวาดเท่าไหร่เหรอครับรูปนี้...
อคิ- ......หนึ่งชั่วโมง.....
คิคุซัง- นั่นยังบอกว่าไม่เผาอีกเหรอครับ
อคิ- ....ปกติมาตรฐานชั้นทำงานก็ใช้เวลาเท่านี้ล่ะย่ะ
คิคุซัง- จะบอกว่าเผาเท่ากันทุกงานเหรอครับ..
อคิ- OTL"
คิคุซัง- แล้วแก้มกับปากแดงๆ นั่นมันอะไรครับ
อคิ- ......ก็แก้มกับปากแดงๆ ของนายไง
คิคุซัง- ....-///- เข้าใจล่ะครับ.... คำถามสุดท้ายแล้วนะครับ... หูแมวนั่นมันมาได้ยังไงครับ...
อคิ- .......นั่งยานอวกาศมาจากดาวนาเม็กมั้ง...
คิคุซัง- ....อืม...ดาวนาเม็กเนี่ยมันอยู่ตรงไหนของจักรวาลล่ะครับ
อคิ- ....คิคุซัง รู้มั้ยว่าคนไทยน่ะ มีสุภาษิตที่ว่า "ปลาหมอตายเพราะปาก" อยู่ด้วยนะ
คิคุงซัง- แล้วมันหมายความว่ายังไงเหรอครับ...
อคิ- ก็แบบนี้ไง...(ผลักคิคุซังเข้าไปหลังม่าน.....)

(และเมื่อออกมาอีกที...)

อคิ- จับใส่กล่อง ยกให้แตมไปเลย แฮปปี้เบิร์ธเดย์น้า..
(แตม- นี่มึงขี้เกียจคิดมุขจบใช่มั้ย มึงขี้เกียจคิดมุขจบแล้วสินะ)

+++
(แตม-ไหนมึงบอกมีสองรูป...
อคิ- อืม..มีสองรูป...แต่อีกรูปนึงมัน....)

 

....พยายามแล้ว..ได้แค่นี้แหละ...โฮกกกกกกก...


เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งปิดเซะ ยังไม่จบ...

...

ก็..แตม...ยินดีด้วยนะที่แกเสียคำนำหน้าว่าเด็กหญิงไปแล้ว (หัวเราะ)
ต่อไปนี้ก็เป็นผู้ใหญ่แล้วสิ...อันที่จริงแกก็เป็นผู้ใหญ่มานานแล้วล่ะนะ

เป็นคนที่ให้ความรู้สึกว่าพึ่งพาได้ที่สุดก็ว่าได้

เค้าขอโทษนะที่เอาแต่พึ่งพาแกมาตลอด เอาแต่ออดอ้อน ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตซักที...

แกเคยบ่นว่าเหนื่อย ล้า หรือรู้สึกแย่ อารมณ์เสีย แต่แกไม่ค่อยเล่าให้เค้าฟังอีกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะที่เค้าเองก็เอาแต่เก็บเรื่องเศร้าเอาไว้คนเดียวมาตั้งแต่ต้น...พอเป็นแบบนี้ก็ดูเหมือนว่าเราจะห่างกันออกไปอีก

....การที่แกโตขึ้นทำให้เค้าใจหาย... พวกเราทั้งหมดต่างก็เติบโตขึ้น มีทางเดินของตัวเองที่จะก้าวไป..
ถึงวันนี้จะพูดว่าจะจับมือแกไว้ จะไม่ปล่อยมือกันเด็ดขาด แต่วันนึงมือที่จับกันไว้ ถึงจะจับกันไว้แน่นแค่ไหน แต่ก็จะหลุดแล้วก็หายไป....กลัวที่มันจะเป็นแบบนั้น

อนาคตข้างหน้า แกคงจะมีเพื่อนดีๆ ใหม่ๆ อีกมากมาย ถึงวันนั้นแกอาจจะลืมเค้า ไอ้อ้วนที่เคยกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่รอบๆ ตัวแกสมัยม.ต้น หรือถึงแกไม่ลืม เค้าก็อาจจะเป็นคนที่ลืมไปก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะเศร้าน่าดู...


แต่ว่านะ...

แต่ว่า....

แกที่มุ่งหน้าไปตามเส้นทางของตนอย่างมุ่งมั่น ถึงแม้ว่าจะล้มแต่ก็ลุกขึ้นได้อย่างไม่ท้อถอย
เป็นแรงบันดาลใจให้เค้ามาตลอด ก็สำหรับคนอ่อนแออย่างเค้า
ไม่ว่าแตมจะทำอะไรก็ดูเท่ไปซะหมดเลยนี่นา...

เพราะงั้น...

อย่างน้อย..ขอแค่ตอนนี้...

จับมือกันไว้แน่นๆ นะ....

เพราะเราจะโตไปด้วยกัน จะเป็นเพื่อนกันอีกนานๆ เลยใช่มั้ย ^_^~

จากวันนี้ไปทุกวัน...เค้าขอให้แกนอนหลับฝันดี....แล้วก็มีความสุขมากๆ ...กับทุกอย่างที่จะได้ทำต่อไป...นะ

....

ปล. สุขสันต์วันไวท์เดย์นะคะทุกคน ^_^~